ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทองคำ

              ทองคำ (gold) คือธาตุเคมีที่มี สัญลักษณ์คือ Au (มาจากภาษาละตินว่า aurum) ทองคำถือเป็นสิ่งล้ำค่ามานับหลายพันปี เป็นที่ยอมรับกว่าหลายร้อยปีแล้วว่า การถือทองคำเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะรักษาความมั่งคั่งและอำนาจซื้อ มูลค่าเงินตราเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น ลดลงตามกาลเวลา แต่ทองคำยังคงมีมูลค่าไม่เปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐบาลหรือภาวะเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง มูลค่าของทองคำไม่เคยสูญหาย แม้เกิดวิกฤติการณ์ทางการเงินหรือทางการเมือง คุณสมบัติของทองคำในบรรดาโลหะมีค่าทุกชนิดในโลก ทองคำเป็นโลหะมีค่าชนิดเดียวที่มีคุณสมบัติพื้นฐานซึ่งช่วยให้ทองคำโดดเด่นและเป็นที่ต้องการเหนือโลหะมีค่าชนิดอื่นๆ คุณสมบัติดังกล่าวได้แก่                                                         

              1. ความงดงามเป็นมันวาว (Luster) สีสันที่สวยงามตามธรรมชาติผสานกับความมันวาวก่อให้เกิดความเป็นเอกลักษณ์และความงามที่ เป็นอมตะแก่ทองคำ

              2. ความคงทน (Durable) เนื่องจาก ทองคำ บริสุทธิ์จะไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ (Non-Oxidation) จึงทนต่อการผุกร่อน , ไม่เกิดสนิม และ สีของทองจะไม่หมอง แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานหลายพันปีก็ตาม

              3. ความหายาก (Scarce) แม้ว่าเราจะพบเห็นทองคำได้ทั่วไป แต่กว่าที่จะได้ทองคำมาสัก 1 ออนซ์ จะต้องถลุงก้อนแร่ที่มีทองคำอยู่เป็นจำนวนหลายตัน ดังนั้นด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงประกอบกับความยากในการได้มาจึงส่งผลให้ทองคำมีราคาแพง

              4. นำกลับไปใช้ได้ (Re-Useable) ทองคำเหมาะสมที่สุดต่อการนำมาทำเป็นเครื่องประดับเพราะมีความเหนียวและอ่อนนิ่มสามารถนำมาทำขึ้นรูปได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่โดยการทำให้บริสุทธิ์ (purified) ด้วยการหลอมได้อีกโดยนับครั้งไม่ถ้วน

              5. มีความเหนียว (Ductility) และความสามารถในการขึ้นรูป (Malleability) เนื่องจากทองมีความยืดหยุ่น (Elasticity) เป็นอันดับที่สองรองจากโลหะเงิน และจะยืดขยาย (Extend) เมื่อถูกตีหรือรีดในทุกทิศทางโดยไม่เกิดการปริแตก กล่าวคือ น้ำหนักของทองคำเพียง 2 บาท สามารถยืดออกเป็นเส้นลวดได้ยาวถึง 8 กิโลเมตร นอกจากนั้นทองคำยัง เป็นตัวนำไฟฟ้าและสะท้อนความร้อนได้ดีอีกด้วย